ReadyPlanet.com
dot dot
bulletแหวน (Ring)
bulletต่างหู (Earring)
bulletจี้,เข็มกลัด (Pendants)
bulletกำไล / สร้อยมือ (Bracelet)
bulletสร้อยคอ(Necklace)
bulletเพชรร่วง (Diamond)
bulletเว็บบอร์ด (Web-board)
bulletติดตามงานสั่งทำ
dot
ความรู้ (Knowledge)
dot
bulletHistory
bulletDiamond Grade
bulletการเลือกและดูแลเครื่องประดับ
bulletFake vs Real
bulletรอยแตกของเพชร และพลอย
bulletDiamond Type
bulletอัญมณีประจำวันเกิด
bulletอัญมณีประจำราศีเกิด
dot
Newsletter

dot




การประเมินคุณภาพเพชร article

ขึ้นอยู่กับ  4  C’s แต่ละ C จะมีการเกี่ยวเนื่องต่อความสวยงามของเพชรและเป็นตัวกำหนดค่าของเพชรดังนี้

                1)   การเจียระไน  ( Cut )

        การเจียระไนให้ได้สัดส่วนที่ดี เพื่อให้เพชรมีการทอประกายแสงที่สวยงาม และทำให้ผู้ที่พบเห็นเกิดความประทับใจ  ฉะนั้นการ

เจียระไนเพชรที่ได้สัดส่วนที่ดีจึงมีความสำคัญมาก ผู้ที่คิดค้นเหลี่ยมในการเจียระไนเพชรในรูปทรงต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงหลัหลายๆ ประการ โดยเฉพาะรูปทรงของเพชรกับการเอียงมุมของเหลี่ยมต่างๆ เพื่อให้เพชรเม็ดนั้นสามารถทอประกายแสงหรือเล่นแสงให้ได้มากที่สุเ รวมทั้งการรักษานํ้าหนักที่สูญเสียไปจากการเจียระไนให้น้อยที่สุด และในความสวยงามของการเจียระไนเพชรต้อง คำนึงถึงหลักดังนี้

              - การผ่านแสง คือความโปร่งใสในเพชร ซึ่งหมายถึงการมีตำหนิน้อยที่สุดหรือสะอาด  การผ่านแสงจะยิ่งมีมาก

              - ความสว่างของประกายแสง  หมายถึง  จำนวนแสงสีขาวที่สามารถเห็นในเพชรนั้นๆ ถ้าสามารถเห็นความสว่างของประกายแสงในเพชรยิ่งมาก  หมายถึง  ความสวยงามในเพชรเม็ดนั้นจะมีมาก

              - การกระจายแสงหรือไฟ คือ แสงทีวิ่งขเข้าไปในเพชร และตกกระทบขึ้นมาบนเหลี่ยมหน้าเพชร กระจายเป็นสีรุ้ง

              - การมีประกายแสงวูบวาบ  หมายถึง ประกายแสงทีคล้ายแสงแฟลช สว่างวูบวาบขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของเพชรหรือผู้สวมใส่ และชนิดของแสงในขณะนั้น

              - ความวาว  หมายถึง ปริมาณและความสามารถการสะท้อนแสงของผิวเพชร ปริมาณการสะท้อนของผิวที่ยิ่งมากหมายถึง การขัดเงาที่ผิวเพชรยิ่งดี ความวาวของเพชรเรียกว่า ‘Adamantine’

 

                2)   สี (Color)

        เพชรที่พบมากในตลาดส่วนมากเป็นเพชร สีขาวถึงเหลืองอ่อน เพชรที่ขาวบริสุทธิ์ย่อมมีราคาสูงกว่าเพชรที่ติดสีเหลืองเล็กน้อย  ฉะนั้นการแยกเพชรสีขาวกับเพชรที่ติดเหลืองเล็กน้อยซึ่งมีผลกระทบต่อราคาจึงได้มีการกำหนดวิธีการเทียบสีขึ้น  วิธีการเทียบสีนั้นเราจะเอาเพชรที่ต้องการเทียบมาเทียบกับ ‘Master  Stone’ ซึ่งจะเป็นตัวอ้างอิงหรือเปรียบเทียบได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการดูสี คือ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการดูเพชร

 

Scale Rarest White Rare White White Slightly Tinted White Tinted White Slightly Yellowish Yellowish Yellow Fancy
Traditional Colors River Top Wesselton Wesselton Top Crystal Crystal Top Cape Cape Light Yellow Yellow COLOR
G.I.A. Colors D E F G H I J K L M O P Q R S T U V W X Y Z COLOR

 

 

                3)   ความสะอาด (Clarity)

        ความสะอาดถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการประเมินคุณภาพเพชร  ความสะอาด หมายถึง ไม่มีตำหนิ การกำหนดความสะอาดของเพชรจากไม่มีตำหนิจนถึงเพชรที่มีตำหนิมากๆ  ดังนั้น การแบ่งลักษณะตำหนิจึงแบ่งออกเป็น ตำหนิภายใน(Inclusions) กับ ตำหนิภายนอก (Blemishes) โดยมีหลักการพิจารณาตำหนิขึ้นอยู่กับหลัก 5 ประการ ดังนี้

-          ขนาดของตำหนิ  (Size)

-          ลักษณะของตำหนิ   (Nature)    

-          จำนวนของตำหนิ   (Number)

-          สีและความชัดของตำหนิ   (Color/Relief)

-          ตำแหน่งของตำหนิ   (Location)

            เมื่อพิจารณาจากหลัก 5 ประการแล้วได้มีการจัดลำดับขั้นความสะอาดของเพชรโดยองค์กร GIA (Gemological Institute of America) เพราะเป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

 

GIA

FL

IF

VVS1

VVS2

VS1

VS2

SI1

SI2

I1

I2

I3

 

FL                       :  หมายถึง  เพชรที่สะอาดที่สุด คือ ไม่มีรอยตำหนิภายใน  หรือแผลตำหนิภาย                                นอกแปลกปลอม

IF                        :  หมายถึง  เพชรที่ไม่มีแผลตำหนิภายใน (Inclusions) แปลกปลอม จะมีก็เพียงรอยขีดข่วนเล็กๆ  ที่สังเกตจากกล้องขยาย 10 เท่า

VVS1- VVS2   :  แผลตำหนิภายใน      (Inclusions)  หรือภายนอกเล็กน้อยมากๆ ซึ่งยากมากแก่การมองเห็นภายใต้กล้องขยาย 10เท่าใน VVS1  ตำหนิจะเห็นยากมากๆ   สำหรับ  VVS2  ตำหนิจะเล็กน้อยมาก อาจเห็นได้ง่ายกว่า  VVS1  และจำนวนมากกว่าเล็กน้อย

VS1-VS2           :  แผลตำหนิภายในหรือภายนอกจะน้อย (Minor) การลำดับจากการเห็นได้ยากและ เล็กน้อยเป็น VS1  ไปจนถึงสามารถเห็นได้ง่ายกว่า และมากกว่าเล็กน้อยเป็น VS2 ภายใต้กำลังขยายของกล้อง 10 เท่า

SI1-SI2             :   ตำหนิภายในจะมองเห็นได้ง่าย (Noticeable) ใน SI1 ตำหนิจะเห็นได้ง่าย ส่วน SI2จะเห็นตำหนิได้ง่ายมากภายในกล้องขยาย 10 เท่า

I1- I2- I3           :   ตำหนิภายในจะมองเห็นได้ชัดเจน โดยตำหนินี้สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถ้ามองจากด้านหน้าเพชรลงไป  ซึ่งตำหนิเหล่านี้จะมีผลต่อความโปร่งใส และการกระจายแสงของเพชร

 

              

                         4) นํ้าหนักกะรัต  (Carat Weight)

                กะรัตเป็นหน่วยที่มาจากเม็ด การ๊อบ (Carob Seed) เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างมากที่เม็ดการ๊อบเล็กๆมีนํ้าหนักเท่ากันทุกเม็ด ดังนั้นพ่อค้าในสมัยโบราณจึงนำเม็ดการ๊อบมาชั่งเทียบเป็นหน่วยนํ้าหนักของเพชรในการซื้อขาย เม็ดการ๊อบ 1 เม็ดเทียบเท่านํ้าหนักเพชร 1 กะรัต  การวัดนํ้าหนักของเพชรนิยมนับจุดทศนิยม 2 ตำแหน่งตามกฏของ CIBJO (Confederation Internationale de la Bijoutene, Joaillerie, Orfeverie)

 

หน่วยนํ้าหนัก                                   1กะรัต     =    1สตางค์   (Points)

                                                             1กะรัต    =      200 มิลลิกรัม    =  0.20 กรัม

                                                             1กะรัต     =      4 grains  (หน่วยนํ้าหนักของไข่มุก)

 

 
1 carat can be expressed as 1 ct. 1/5 gram or 100 points
Sample carat - weight to diameter-widths for popular sizes
0.25 ct. - 4.1 mm 0.50 ct. - 5.2 mm
0.75 ct. - 5.9 mm 1.00 ct. - 6.5 mm

 

 

 




เกร็ดความรู้

วิธีแยกเพชรแท้กับเพชรเทียม article
ชนิดของเพชร article
รอยแตกของเพชร และพลอย article
แหล่งกำเนิดเพชร & ประวัติเพชร article
เคล็ดลับการเลือกซื้อและดูแลรักษาเครื่องประดับ article
อัญมณีประจำราศีเกิด article
ดูนิสัยจากนิ้วของการสวมแหวน article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

246 ถนน เจริญกรุง แขวง สัมพันธ์วงศ์ เขต สัมพันธ์วงศ์ กทม 10100 โทร 02-225-9512

e-mail :  webmaster@chatmanee.com